Monday, July 6, 2009
แกงต้ม ชงชา อบขนม
วิธีทำแกงหรือต้ม ไม่ให้น้ำแกงดำ เมื่อค้างคืน ให้ทำตามวิธีต่อไปนี้
♣ แกงคั่วส้มหรือแกงส้ม หรือต้มกะทิสายบัว เมื่อน้ำแกงเดือด ขอให้ใส่ส้มลงไป ส้มในนี้หมายถึง มะขาม มะนาว มะดัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แล้วจึงใส่น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักตามทีหลัง หลักสำคัญแน่ ๆ นั้น ต้องใส่ส้มก่อนใส่ผัก น้ำแกงก็จะไม่ดำเมื่อค้างคืน
ข้อควรสังเกตเวลาอบขนม
1. ถ้าหน้าขนมแตก แสดงว่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อในจะเป็นรู ๆ หยาบ ๆ แฉะ
2. อบออกมาแล้วหน้ายุบ เพราะแป้งน้อยเกินไป หรือไข่มากไป
3. เนื้อข้างในเป็นชั้น ข้างบนเบานิ่ม ข้างล่างหนักแฉะ เพราะผสมส่วนผสมไม่เข้ากันดี หรือใส่ไข่ขาวแล้วคนไม่ทั่ว
4. หน้าขนมแฉะ เพราะอบไม่แห้ง หรือใส่น้ำตาลมากเกินไป
ความรู้เรื่อง "ชา" และการชงชา
ชา มีอยู่ 2 ชนิดคือ ชากลิ่นกับชาคอ ชากลิ่นมีกลิ่นหอม รสชาติอ่อนนุ่ม ชุ่มคอ สีของน้ำจาง ๆ ส่วนชาคอ มีความหอมน้อยกว่า แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า ชุ่มคอมากกว่า สีของน้ำชาที่ชงออกมาจะเข้มกว่า
▲ วิธีการที่ถูกต้องในการชงชาก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเท่าเทียมกันเมื่อจะเริ่มชงชาให้ลวกกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงใส่ใบชาป่น1 ส่วนต่อใบชาที่เป็นใบๆ4 ส่วน(ใบชาป่นมักจะอยู่กับห่อก้นกระป๋อง) ใช้น้ำเดือดเทลวกใบชาอย่างเร็ว
แล้วรีบเทน้ำออกทิ้งไปแล้วรินน้ำเดือดลงไปอีกครั้งโดยรักษาระยะห่างของกาน้ำเดือดกับกาน้ำชาไว้มากๆโดยยกกาต้มน้ำเดือดสูงๆแรงน้ำร้อนๆที่กระทบกับใบชาจะช่วยให้น้ำชาออกรสชาติเร็วและมีกลิ่นหอมจัดหากมีฟองเกิดขึ้นให้ปาดฟองทิ้งเสียก่อนที่จะรินชาโดยกดพวยกาน้ำชาให้ใกล้ๆขอบปากถ้วยชาให้มากเท่าที่จะทำได้จำง่ายๆว่า"ชงสูงรินต่ำ" แล้วก็จะได้น้ำชาที่หอมหวานและมีรสชาติสมบูรณ์ในกรณีที่อาจทำได้ว่ากันว่าการต้มน้ำเดือดด้วยไฟจากเตาถ่านจะได้น้ำเดือดที่มีกลิ่นไอของธรรมชาติมากกว่าต้มด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าซึ่งจะช่วยชูรสน้ำชาที่ชงได้มากยิ่งขึ้น
♣ แกงคั่วส้มหรือแกงส้ม หรือต้มกะทิสายบัว เมื่อน้ำแกงเดือด ขอให้ใส่ส้มลงไป ส้มในนี้หมายถึง มะขาม มะนาว มะดัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แล้วจึงใส่น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักตามทีหลัง หลักสำคัญแน่ ๆ นั้น ต้องใส่ส้มก่อนใส่ผัก น้ำแกงก็จะไม่ดำเมื่อค้างคืน
ข้อควรสังเกตเวลาอบขนม
1. ถ้าหน้าขนมแตก แสดงว่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อในจะเป็นรู ๆ หยาบ ๆ แฉะ
2. อบออกมาแล้วหน้ายุบ เพราะแป้งน้อยเกินไป หรือไข่มากไป
3. เนื้อข้างในเป็นชั้น ข้างบนเบานิ่ม ข้างล่างหนักแฉะ เพราะผสมส่วนผสมไม่เข้ากันดี หรือใส่ไข่ขาวแล้วคนไม่ทั่ว
4. หน้าขนมแฉะ เพราะอบไม่แห้ง หรือใส่น้ำตาลมากเกินไป
ความรู้เรื่อง "ชา" และการชงชา
ชา มีอยู่ 2 ชนิดคือ ชากลิ่นกับชาคอ ชากลิ่นมีกลิ่นหอม รสชาติอ่อนนุ่ม ชุ่มคอ สีของน้ำจาง ๆ ส่วนชาคอ มีความหอมน้อยกว่า แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า ชุ่มคอมากกว่า สีของน้ำชาที่ชงออกมาจะเข้มกว่า
▲ วิธีการที่ถูกต้องในการชงชาก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเท่าเทียมกันเมื่อจะเริ่มชงชาให้ลวกกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงใส่ใบชาป่น1 ส่วนต่อใบชาที่เป็นใบๆ4 ส่วน(ใบชาป่นมักจะอยู่กับห่อก้นกระป๋อง) ใช้น้ำเดือดเทลวกใบชาอย่างเร็ว
แล้วรีบเทน้ำออกทิ้งไปแล้วรินน้ำเดือดลงไปอีกครั้งโดยรักษาระยะห่างของกาน้ำเดือดกับกาน้ำชาไว้มากๆโดยยกกาต้มน้ำเดือดสูงๆแรงน้ำร้อนๆที่กระทบกับใบชาจะช่วยให้น้ำชาออกรสชาติเร็วและมีกลิ่นหอมจัดหากมีฟองเกิดขึ้นให้ปาดฟองทิ้งเสียก่อนที่จะรินชาโดยกดพวยกาน้ำชาให้ใกล้ๆขอบปากถ้วยชาให้มากเท่าที่จะทำได้จำง่ายๆว่า"ชงสูงรินต่ำ" แล้วก็จะได้น้ำชาที่หอมหวานและมีรสชาติสมบูรณ์ในกรณีที่อาจทำได้ว่ากันว่าการต้มน้ำเดือดด้วยไฟจากเตาถ่านจะได้น้ำเดือดที่มีกลิ่นไอของธรรมชาติมากกว่าต้มด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าซึ่งจะช่วยชูรสน้ำชาที่ชงได้มากยิ่งขึ้น
Subscribe to Posts [Atom]
Post a Comment