Friday, July 17, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (8)
แอปเปิล
ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

อัลมอนด์
เป็น ถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึง ควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia ) จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก

กล้วย
มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรง แก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกิออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเปลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

อัลมอนด์
เป็น ถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึง ควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia ) จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก

กล้วย
มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรง แก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกิออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเปลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

Labels: เคล็ดลับอาหารไทย, เคล็ดลับอาหารล้างพิษ, อาหารไทย
Wednesday, July 15, 2009
อาหารล้างพิษ (7)
อะโวคาโด
อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน( Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ตำลึง
ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้ว หาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน( Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ตำลึง
ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้ว หาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

Labels: เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Tuesday, July 14, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (6)
กะหล่ำ
เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูล อิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย

บีตรูต
ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผัก มหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมีคอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ทำความสะอาดตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติพิเศษที่ส่งเสริมให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่าง ในเลือดให้สมดุลด้วย

เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูล อิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย

บีตรูต
ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผัก มหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมีคอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ทำความสะอาดตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติพิเศษที่ส่งเสริมให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่าง ในเลือดให้สมดุลด้วย

Labels: เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Monday, July 13, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (5)
กระเทียม
จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึง คุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

บลูเบอร์รี่
เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์ สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึง คุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

บลูเบอร์รี่
เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์ สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

Labels: เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Sunday, July 12, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (4)
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (4)
มะเขือพวง
คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าง แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย

ส้มโอ หรือเกรปฟรุต
เป็นผลไม้รสชาติดีที่ได้รับ ความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

มะเขือพวง
คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าง แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย

ส้มโอ หรือเกรปฟรุต
เป็นผลไม้รสชาติดีที่ได้รับ ความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

Labels: เคล็ดลับอาหารล้างพิษ, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Saturday, July 11, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (3)
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (3)
พืชตระกูลถั่ว
(เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย พืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

ขึ้นฉ่าย
ถือได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความ สะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย

แครอท
เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจ และหัวใจแข็งแรงขึ้น

พืชตระกูลถั่ว
(เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย พืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

ขึ้นฉ่าย
ถือได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความ สะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย

แครอท
เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจ และหัวใจแข็งแรงขึ้น

Labels: เคล็ดลับอาหารล้างพิษ, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Friday, July 10, 2009
อาหารล้างพิษ (3)
กระเจี๊ยบ
น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความ สะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้

ทับทิม
ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามรถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยาแก้ ปวด ช่วยล้าง พิษลด การติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ สำหรับผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความ สะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้

ทับทิม
ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามรถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยาแก้ ปวด ช่วยล้าง พิษลด การติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ สำหรับผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

Labels: กระเจี๊ยบ, ทับทิม, อาหารล้างพิษ
Thursday, July 9, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (2)
มะนาว
เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย นี่คืออาหารล้างพิษอีกอย่าง
เมล็ดแฟลกซ์
ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น

เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย นี่คืออาหารล้างพิษอีกอย่าง
เมล็ดแฟลกซ์
ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น

Labels: เคล็ดลับอาหาร, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Wednesday, July 8, 2009
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (1)
เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (1)

สาหร่าย
เป็นพืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้าม คุณประโยชน์ แต่จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
ในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆ จากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้งหลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก

หัวหอม
ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรค เบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่


สาหร่าย
เป็นพืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้าม คุณประโยชน์ แต่จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
ในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆ จากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้งหลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก

หัวหอม
ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรค เบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

Labels: เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย, อาหารล้างพิษ
Monday, July 6, 2009
แกงต้ม ชงชา อบขนม
วิธีทำแกงหรือต้ม ไม่ให้น้ำแกงดำ เมื่อค้างคืน ให้ทำตามวิธีต่อไปนี้
♣ แกงคั่วส้มหรือแกงส้ม หรือต้มกะทิสายบัว เมื่อน้ำแกงเดือด ขอให้ใส่ส้มลงไป ส้มในนี้หมายถึง มะขาม มะนาว มะดัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แล้วจึงใส่น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักตามทีหลัง หลักสำคัญแน่ ๆ นั้น ต้องใส่ส้มก่อนใส่ผัก น้ำแกงก็จะไม่ดำเมื่อค้างคืน
ข้อควรสังเกตเวลาอบขนม
1. ถ้าหน้าขนมแตก แสดงว่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อในจะเป็นรู ๆ หยาบ ๆ แฉะ
2. อบออกมาแล้วหน้ายุบ เพราะแป้งน้อยเกินไป หรือไข่มากไป
3. เนื้อข้างในเป็นชั้น ข้างบนเบานิ่ม ข้างล่างหนักแฉะ เพราะผสมส่วนผสมไม่เข้ากันดี หรือใส่ไข่ขาวแล้วคนไม่ทั่ว
4. หน้าขนมแฉะ เพราะอบไม่แห้ง หรือใส่น้ำตาลมากเกินไป
ความรู้เรื่อง "ชา" และการชงชา
ชา มีอยู่ 2 ชนิดคือ ชากลิ่นกับชาคอ ชากลิ่นมีกลิ่นหอม รสชาติอ่อนนุ่ม ชุ่มคอ สีของน้ำจาง ๆ ส่วนชาคอ มีความหอมน้อยกว่า แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า ชุ่มคอมากกว่า สีของน้ำชาที่ชงออกมาจะเข้มกว่า
▲ วิธีการที่ถูกต้องในการชงชาก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเท่าเทียมกันเมื่อจะเริ่มชงชาให้ลวกกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงใส่ใบชาป่น1 ส่วนต่อใบชาที่เป็นใบๆ4 ส่วน(ใบชาป่นมักจะอยู่กับห่อก้นกระป๋อง) ใช้น้ำเดือดเทลวกใบชาอย่างเร็ว
แล้วรีบเทน้ำออกทิ้งไปแล้วรินน้ำเดือดลงไปอีกครั้งโดยรักษาระยะห่างของกาน้ำเดือดกับกาน้ำชาไว้มากๆโดยยกกาต้มน้ำเดือดสูงๆแรงน้ำร้อนๆที่กระทบกับใบชาจะช่วยให้น้ำชาออกรสชาติเร็วและมีกลิ่นหอมจัดหากมีฟองเกิดขึ้นให้ปาดฟองทิ้งเสียก่อนที่จะรินชาโดยกดพวยกาน้ำชาให้ใกล้ๆขอบปากถ้วยชาให้มากเท่าที่จะทำได้จำง่ายๆว่า"ชงสูงรินต่ำ" แล้วก็จะได้น้ำชาที่หอมหวานและมีรสชาติสมบูรณ์ในกรณีที่อาจทำได้ว่ากันว่าการต้มน้ำเดือดด้วยไฟจากเตาถ่านจะได้น้ำเดือดที่มีกลิ่นไอของธรรมชาติมากกว่าต้มด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าซึ่งจะช่วยชูรสน้ำชาที่ชงได้มากยิ่งขึ้น
♣ แกงคั่วส้มหรือแกงส้ม หรือต้มกะทิสายบัว เมื่อน้ำแกงเดือด ขอให้ใส่ส้มลงไป ส้มในนี้หมายถึง มะขาม มะนาว มะดัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แล้วจึงใส่น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักตามทีหลัง หลักสำคัญแน่ ๆ นั้น ต้องใส่ส้มก่อนใส่ผัก น้ำแกงก็จะไม่ดำเมื่อค้างคืน
ข้อควรสังเกตเวลาอบขนม
1. ถ้าหน้าขนมแตก แสดงว่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อในจะเป็นรู ๆ หยาบ ๆ แฉะ
2. อบออกมาแล้วหน้ายุบ เพราะแป้งน้อยเกินไป หรือไข่มากไป
3. เนื้อข้างในเป็นชั้น ข้างบนเบานิ่ม ข้างล่างหนักแฉะ เพราะผสมส่วนผสมไม่เข้ากันดี หรือใส่ไข่ขาวแล้วคนไม่ทั่ว
4. หน้าขนมแฉะ เพราะอบไม่แห้ง หรือใส่น้ำตาลมากเกินไป
ความรู้เรื่อง "ชา" และการชงชา
ชา มีอยู่ 2 ชนิดคือ ชากลิ่นกับชาคอ ชากลิ่นมีกลิ่นหอม รสชาติอ่อนนุ่ม ชุ่มคอ สีของน้ำจาง ๆ ส่วนชาคอ มีความหอมน้อยกว่า แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า ชุ่มคอมากกว่า สีของน้ำชาที่ชงออกมาจะเข้มกว่า
▲ วิธีการที่ถูกต้องในการชงชาก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเท่าเทียมกันเมื่อจะเริ่มชงชาให้ลวกกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงใส่ใบชาป่น1 ส่วนต่อใบชาที่เป็นใบๆ4 ส่วน(ใบชาป่นมักจะอยู่กับห่อก้นกระป๋อง) ใช้น้ำเดือดเทลวกใบชาอย่างเร็ว
แล้วรีบเทน้ำออกทิ้งไปแล้วรินน้ำเดือดลงไปอีกครั้งโดยรักษาระยะห่างของกาน้ำเดือดกับกาน้ำชาไว้มากๆโดยยกกาต้มน้ำเดือดสูงๆแรงน้ำร้อนๆที่กระทบกับใบชาจะช่วยให้น้ำชาออกรสชาติเร็วและมีกลิ่นหอมจัดหากมีฟองเกิดขึ้นให้ปาดฟองทิ้งเสียก่อนที่จะรินชาโดยกดพวยกาน้ำชาให้ใกล้ๆขอบปากถ้วยชาให้มากเท่าที่จะทำได้จำง่ายๆว่า"ชงสูงรินต่ำ" แล้วก็จะได้น้ำชาที่หอมหวานและมีรสชาติสมบูรณ์ในกรณีที่อาจทำได้ว่ากันว่าการต้มน้ำเดือดด้วยไฟจากเตาถ่านจะได้น้ำเดือดที่มีกลิ่นไอของธรรมชาติมากกว่าต้มด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าซึ่งจะช่วยชูรสน้ำชาที่ชงได้มากยิ่งขึ้น
Saturday, July 4, 2009
เคล็ดลับอาหารไทย (2)
เคล็ดลับอาหารไทย (2)
▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน
▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน
Labels: เคล็ดลับ, เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย
เคล็ดลับอาหารไทย (2)
เคล็ดลับอาหารไทย (2)
▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน
▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน
Labels: เคล็ดลับ, เคล็ดลับอาหารไทย, อาหารไทย
Subscribe to Posts [Atom]