Friday, July 17, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (8)

แอปเปิล
ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

อัลมอนด์
เป็น ถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึง ควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia ) จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก

กล้วย
มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรง แก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกิออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเปลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

Labels: , ,


Wednesday, July 15, 2009

 

อาหารล้างพิษ (7)

อะโวคาโด
อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน( Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ตำลึง
ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้ว หาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

Labels: , ,


Tuesday, July 14, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (6)

กะหล่ำ
เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูล อิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย

บีตรูต
ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผัก มหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมีคอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ทำความสะอาดตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติพิเศษที่ส่งเสริมให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่าง ในเลือดให้สมดุลด้วย

Labels: , ,


Monday, July 13, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (5)

กระเทียม
จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึง คุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย



บลูเบอร์รี่
เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์ สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

Labels: , ,


Sunday, July 12, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (4)

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (4)

มะเขือพวง
คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าง แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย



ส้มโอ หรือเกรปฟรุต
เป็นผลไม้รสชาติดีที่ได้รับ ความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

Labels: , ,


Saturday, July 11, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (3)

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (3)

พืชตระกูลถั่ว
(เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย พืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย



ขึ้นฉ่าย
ถือได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความ สะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย



แครอท
เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจ และหัวใจแข็งแรงขึ้น

Labels: , ,


Friday, July 10, 2009

 

อาหารล้างพิษ (3)

กระเจี๊ยบ
น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความ สะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้



ทับทิม
ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามรถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยาแก้ ปวด ช่วยล้าง พิษลด การติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ สำหรับผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

Labels: , ,


Thursday, July 9, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (2)

มะนาว
เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย นี่คืออาหารล้างพิษอีกอย่าง

เมล็ดแฟลกซ์
ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น

Labels: , ,


Wednesday, July 8, 2009

 

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (1)

เคล็ดลับอาหารล้างพิษ (1)



สาหร่าย
เป็นพืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้าม คุณประโยชน์ แต่จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
ในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆ จากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้งหลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งสาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก



หัวหอม
ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรค เบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

Labels: , ,


Monday, July 6, 2009

 

แกงต้ม ชงชา อบขนม

วิธีทำแกงหรือต้ม ไม่ให้น้ำแกงดำ เมื่อค้างคืน ให้ทำตามวิธีต่อไปนี้

♣ แกงคั่วส้มหรือแกงส้ม หรือต้มกะทิสายบัว เมื่อน้ำแกงเดือด ขอให้ใส่ส้มลงไป ส้มในนี้หมายถึง มะขาม มะนาว มะดัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แล้วจึงใส่น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วใส่ผักตามทีหลัง หลักสำคัญแน่ ๆ นั้น ต้องใส่ส้มก่อนใส่ผัก น้ำแกงก็จะไม่ดำเมื่อค้างคืน

ข้อควรสังเกตเวลาอบขนม
1. ถ้าหน้าขนมแตก แสดงว่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อในจะเป็นรู ๆ หยาบ ๆ แฉะ
2. อบออกมาแล้วหน้ายุบ เพราะแป้งน้อยเกินไป หรือไข่มากไป
3. เนื้อข้างในเป็นชั้น ข้างบนเบานิ่ม ข้างล่างหนักแฉะ เพราะผสมส่วนผสมไม่เข้ากันดี หรือใส่ไข่ขาวแล้วคนไม่ทั่ว
4. หน้าขนมแฉะ เพราะอบไม่แห้ง หรือใส่น้ำตาลมากเกินไป

ความรู้เรื่อง "ชา" และการชงชา
ชา มีอยู่ 2 ชนิดคือ ชากลิ่นกับชาคอ ชากลิ่นมีกลิ่นหอม รสชาติอ่อนนุ่ม ชุ่มคอ สีของน้ำจาง ๆ ส่วนชาคอ มีความหอมน้อยกว่า แต่มีรสชาติเข้มข้นกว่า ชุ่มคอมากกว่า สีของน้ำชาที่ชงออกมาจะเข้มกว่า
▲ วิธีการที่ถูกต้องในการชงชาก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเท่าเทียมกันเมื่อจะเริ่มชงชาให้ลวกกาและถ้วยชาด้วยน้ำร้อนก่อนแล้วจึงใส่ใบชาป่น1 ส่วนต่อใบชาที่เป็นใบๆ4 ส่วน(ใบชาป่นมักจะอยู่กับห่อก้นกระป๋อง) ใช้น้ำเดือดเทลวกใบชาอย่างเร็ว
แล้วรีบเทน้ำออกทิ้งไปแล้วรินน้ำเดือดลงไปอีกครั้งโดยรักษาระยะห่างของกาน้ำเดือดกับกาน้ำชาไว้มากๆโดยยกกาต้มน้ำเดือดสูงๆแรงน้ำร้อนๆที่กระทบกับใบชาจะช่วยให้น้ำชาออกรสชาติเร็วและมีกลิ่นหอมจัดหากมีฟองเกิดขึ้นให้ปาดฟองทิ้งเสียก่อนที่จะรินชาโดยกดพวยกาน้ำชาให้ใกล้ๆขอบปากถ้วยชาให้มากเท่าที่จะทำได้จำง่ายๆว่า"ชงสูงรินต่ำ" แล้วก็จะได้น้ำชาที่หอมหวานและมีรสชาติสมบูรณ์ในกรณีที่อาจทำได้ว่ากันว่าการต้มน้ำเดือดด้วยไฟจากเตาถ่านจะได้น้ำเดือดที่มีกลิ่นไอของธรรมชาติมากกว่าต้มด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าซึ่งจะช่วยชูรสน้ำชาที่ชงได้มากยิ่งขึ้น

Labels: , ,


Saturday, July 4, 2009

 

เคล็ดลับอาหารไทย (2)

เคล็ดลับอาหารไทย (2)

▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน

Labels: , ,


 

เคล็ดลับอาหารไทย (2)

เคล็ดลับอาหารไทย (2)

▲ ไข่จะแบ่งออกเกรดโดยทั่วไปไข่ของไก่บ้านจะเป็นสีน้ำตาลแต่ต่างประเทศมี2 สีคือสีขาวสีน้ำตาลขึ้นอยู่กับแม่พันธุ์ของไก่วิธีการเก็บรักษาถ้าล้างแล้วยังไม่ได้เก็บเข้าตู้เย็นจะเก็บได้นานโดยไข่จะมีอยู่หลายอย่างเช่นไข่เยี่ยวม้าไข่เค็มโดยไข่เยี่ยวม้าเราก็ต้องเอามาคัดขนาดก่อนจากนั้นก็เอาไปคลุกกับขี้เถ้าดินจอมปลวกเกลือน้ำผสมกันแล้วก็เอาไปกลิ้งกับแกลบทิ้งไว้ประมาณ3-4 อาทิตย์จึงจะนำมารับประทานได้
▲ การเลือกซื้อไข่ควรเลือกซื้อไข่สดที่มีลักษณะผิวนอกเป็นสีนวลน้ำหนักดีเขย่าไม่คลอนเลือกไข่ที่เปลือกนอกสะอาดเพราะถ้าสกปรกเชื้อโรคอาจแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไข่ได้ทำให้ไข่เสียเร็ว
▲วิธีเก็บไข่ให้ได้นานควรจะเก็บไว้ในกล่องไข่เพื่อกันการกระทบกระเทือนและเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากไข่เก็บไข่ในอุณหภูมิต่ำไม่ควรล้างไข่ก่อนเก็บในการเก็บควรตั้งทางป้านขึ้นเพราะโพรงอากาศอยู่ด้านนี้
▲ การทำไข่ตุ๋นเวลาผสมไข่ตุ๋นให้เข้ากันทั้งหมดและตีด้วยส้อมก่อนที่จะเทลงไปในภาชนะสำหรับตุ๋นให้กรองให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่มีตะกอนหรือฟองอากาศติดอยู่ในนั้นและให้นึ่งไฟอ่อนๆช้าๆเมื่อไข่เสร็จแล้วจึงจะราดด้วยกระเทียมเจียวและโรยพริกชี้ฟ้า
▲ ไข่ตุ๋นนุ่มอร่อยควรใช้ถ้วยตวงไข่และโปรดจำไว้ว่าไข่หนึ่งถ้วยต่อน้ำในถ้วยเท่ากันนั้นถ้วยครึ่งเสมอแล้วไข่ที่ตุ๋นจะอร่อยถูกใจเชียว
▲ ไข่ตุ๋นอร่อยส่วนมากเนื้อไข่ที่ตุ๋นแล้วจะมีรอยพรุทำให้ไม่น่ารับประทานเพราะว่าท่านใส่น้ำเปล่าลงไปแต่หากเปลี่ยนมาใส่น้ำข้าวแทน(ไม่ใช่น้ำซาวข้าว) เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกันรสชาติจะอร่อย
▲ ไข่ทอดน้ำหน้ากะเพราไก่การทอดไข่กับน้ำนั้นตัวน้ำต้องมีน้ำส้มหรืออะไรที่เป็นกรดอยู่ในนั้นไข่ขาวถึงจะรวมตัวกันเวลาถูกตอกลงไปในน้ำร้อนๆหากไข่ขาวเวลาเราตอกไข่ลงไปในน้ำกระจายและไม่รวมตัวกันก็หมายความว่าน้ำที่เราต้มอยู่ตรงนั้นมีกรดหรือความเปรี้ยวน้อยไปให้เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มเข้าไปในน้ำแล้วท่านจะประสบความสำเร็จ
▲ คั้นกะทิให้หมดมันจริงๆมะพร้าวมากๆจะเอามาคั้นนานๆก็คงจะเมื่อยมือมีวิธีคั้นกะทิให้มันออกหมดให้ใส่เกลือลงในมะพร้าวที่จะคั้นเช่นเราจะใส่เกลือในแกงหรือขนม1 ช้อนเราก็ใส่เกลือลงในมะพร้าว1 ช้อนแต่ถ้าแกงเผ็ดเวลาตำน้ำพริกไม่ต้องใส่เกลือ
▲ วิธีคั่วพริกแห้งมีวิธีคั่วพริกแห้งไม่ให้กลิ่นรบกวนเวลาคั่วก่อนนำพริกลงในกระทะให้เอาเศษผ้าที่สะอาดจุ่มน้ำมันหมูทากระทะให้ชุ่มพอสมควรแล้วจึงเอาตั้งไฟคั่วถึงไฟจะแรงก็ไม่ส่งกลิ่นเวลาโขลกพริกจะติดน้ำมันหมูผงที่แหลกแล้วจะไม่คลุ้งขึ้นมาด้วย
▲ เครื่องแกงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอาหารไทยแท้และดั่งเดิมโดยส่วนผสมแม่บทที่เป็นหลักๆคือขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดพริกแห้งกะปิกระเทียมหอมสิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมที่หลักพื้นฐานของเครื่องแกงไม่ว่าเครื่องแกงอะไรก็ตามนอกจากนั้นเครื่องแกงถ้าเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องปรุงเข้าไปอีกหน่อยหรือถ้าเพิ่มเครื่องปรุงแบบใดแบบหนึ่งเข้าไปเครื่องแกงนั้นๆก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งทันที
▲ เคล็ดทำขนมชั้นขนมชั้นแต่ละชั้นควรนึ่งให้สุกดีเสียก่อนถ้าไม่สุกจะทำให้ชั้นที่จะใส่สีสีจะลอกไปผสมกับชั้นสีขาวและจะต้องตั้งถาดนึ่งก่อนประมาณ5 นาทีและพยายามให้ถาดตรงและเมื่อใส่ขนมแต่ละชั้นไม่ต้องยกถาดลงและรังถึงฝาจะต้องปิดสนิท
▲ เคล็ดลับการทำอาจาดต้มน้ำส้มสายชูใส่เกลือน้ำตาลทิ้งไว้จนเย็นจึงค่อยใส่แตงกวาหอมแดงพริกเหลืองหรือพริกชี้ฟ้าหั่นก็จะได้อาจาดที่ดูน่ากิน
▲ เคล็ดลับการย่างปลาให้อร่อยปลาดุกย่างถ้าจะย่างให้อร่อยต้องยางด้วยกาบมะพร้าวแล้วเนื้อปลาจะเหลืองมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
▲ เคล็ดลับการทำกล้วยบวชชีควรต้มกล้วยทั้งเปลือกก่อนเพื่อจะช่วยขับน้ำฝาดออกหมดได้กล้วยที่ขาวสะอาดน่ารับประทานและรสดีการละลายแป้งสาลีกับกะทิราดลงไปในกล้วยบวชชีจะทำให้น้ำข้นน่ารับประทานและรสอร่อยขึ้น▲ เคี่ยวน้ำเชื่อมให้ขาวตั้งน้ำตาลที่จะเชื่อมลงบนเตาแล้วให้นำเปลือกไข่ใส่ลงไปเมื่อเคี่ยวดีแล้วจึงตักเปลือกไข่ออกน้ำเชื่อมก็จะมีสีขาวใสน่ารับประทาน

Labels: , ,


This page is powered by Blogger. Isn't yours?

Subscribe to Posts [Atom]